ขั้นที่ 4 วัฎจักรของกราฟ

0
8485

Forex Course by the_greenday

บทความนี้เขียนโดย the_greenday จากบอร์ด www.thailandinvestorclub.com

ช่วงเวลาในตลาด forex

ตลาด Australian Dollar or AUD เวลาเปิดตรงกับประเทศไทยเวลา 5.00 – 13.00 น.

ตลาด Japanese Yen or JPY เวลาเปิดตรงกับประเทศไทยเวลา 7.00 – 14.00 น.

ตลาด Euro or EUR เวลาเปิดตรงกับประเทศไทยเวลา 13.00 – 21.00 น.

ตลาด British Pound or GBP เวลาเปิดตรงกับประเทศไทยเวลา 14.00 – 22.00 น.

ตลาด Swiss Franc or CHF เวลาเปิดตรงกับประเทศไทยเวลา 13.00 – 21.00 น.

ตลาด US Dollar or USD เวลาเปิดตรงกับประเทศไทยเวลา 19.00 ถึงเวลาตี 3 ปิดตลาด

ธรรมชาติของสกุลค่าเงินมักจะมีธรรมชาติในตัวมันเองให้เห็นเสมอๆ
การเกิด Cycle วงจรของรอบกราฟ มีธรรมชาติให้เห็นทุกๆ เวลา (TF)
การฝึกมองธรรมชาติของแต่ละสกุลเงินนั่นจะทำให้เข้าใจการวิ่งของค่างเงินนั่นๆและจะเข้าใจการหยุดนิ่งว่าทำไมถึงนิ่ง
การวิ่ง คือ การเกิดแนวโน้ม การนิ่งสวิงไปมาก็ คือ ไม่มีแนวโน้ม (sideway)

จุดที่น่าสนใจของการมองหาจังหวะเข้าเทรด นั่นสำคัญมากๆ
โดยจะแบบเป็นรอบที่น่าสนใจเป็น 3 รอบด้วยกันใน 1 วัน
โดยมี 2 รอบที่มักจะวิ่งแรงๆและมีแนวโน้มเหมาะกับการเทรดเสมอๆ คือ ช่วงรอบ 13.00 – 17.00 โดยเฉลี่ยมักจะวิ่งและมีแนวโน้มให้เห็นเสมอๆ
และช่วงรอบ 19.00 – 23.00 โดยเฉลี่ยมักจะวิ่งและมีแนวโน้มให้เห็นเสมอๆ
ส่วนอีก 1 รอบ ที่วิ่งก่อนตลาด Us Dollar จะปิด
รอบ 12.00 – ประมาณตี 1 (แต่การเคลื่อนไหวของราคาบางวันก็ไม่วิ่ง บางวันก็วิ่งแรง )
รอบนี้โดยทั่วไปจะไม่สำคัญเท่า 2 รอบแรก (ฉะนั่นหาเวลาเล่นแค่ 2 รอบตอนแรกต่อวันก็พอแล้ว)
เวลาที่มักจะวิ่งดูได้จากเวลาการเปิดและปิดตลาดของแต่ละสกุลเงินชนกัน และอยู่ในโซนเดียวกันมักจะมีแรงซื้อ แรงขายเข้ามามาก

สรุปแล้วเวลาที่เหมาะกับการเทรด
อยู่ระหว่าง 13.00 – 23.00 น. ของโซนตลาด EUR GBP USD สามตลาดนี้มักจะเป็นตัวการสำคัญของการวิ่งและมีแรงซื้อ ขายเข้ามามาก
โดยจังหวะการเข้าเทรด มักจะนิยมเล่นเป็นรอบๆไปคือรอบ เวลา 13.00 – 17.00 โดยประมาณจะวิ่งหนึ่งรอบแล้วถึงมีการพักตัวของกราฟ(ราคาไม่วิ่งไปไหนมาก)
และอีกหนึ่งรอบ ช่วงรอบ 19.00 – 23.00 อีกหนึ่งรอบแล้วถึงเกิดการพักตัวของกราฟ (ราคาไม่วิ่งไปไหนมาก)

ความสัมพันธ์ของแต่ละ สกุลเงิน ที่นิยมเทรด

เริ่มจาก EUR/USD เรียกกันย่อๆว่า Eu
ถ้า Eu ดีดตัวแรงมักจะดึง Ej ไปตามทิศทางเดียวกันด้วยเสมอๆ

GBP/USD เรียกย่อๆว่า Gu
ถ้า Gu ดีดตัวแรงมักจะ ดึง Gj ไปตามทิศทางเดียวกันด้วยเสมอๆ

EUR/GBP เรียกย่อๆว่า Eg
ถ้า Eg ดีดตัวแรง จะเห็น Gu วิ่งตรงข้ามกับ Eg เสมอๆ

USD/JPY เรียกย่อๆว่า Uj
ถ้า Uj ดีดตัวแรงมักจะ Ej และ Gj ไปทิศทางเดียวด้วยเสมอๆ
(โดยเฉพาะถ้า Eu Gu อยู่ในช่วงกราฟนิ่งๆ(sideway) แต่Ujมีแรงวิ่งมาก มักจะดึง Ej Gj ไปแรงๆเสมอๆ )

Eu มักจะวิ่งไปทางทิศเดียวกับ Gu เสมอๆ โดยเฉพาะถ้าสองตัวนี้วิ่งไปแนวโน้มเดียวกันจะสังเกตุเห็นว่าวันนั่นตลาดจะเล่นง่าย เพราะเกิดแนวโน้มที่ชัดเจน และจะไปดึงให้สกุลอื่นๆมีแนวโน้มที่ชัดเจนตามด้วยเสมอๆ

ธรรมชาติของการวิ่ง

มักจะเห็นการวิ่งระหว่างช่วง ท้ายชั่วโมง กับ ต้นชั่วโมงเสมอๆ
มักจะวิ่งตอนปลายนาทีระหว่าง นาทีที่45 ถึงต้นชั่วโมงช่วง 15นาทีแรก
และมักจะไปหยุด(พักตัว)วิ่งช่วงระหว่างนาทีที่ 25-40 ของในหนึ่งชั่วโมง โดยประมาณจากการศึกษาธรรมชาติ

การวิ่งของสกุลเงินแต่ละตัวนั่น โดยเฉลี่ย 1 สัปดาห์ 5 วันของการเทรด มักจะวิ่งโดยมีแนวโน้มและจับจังหวะไม่ยาก ประมาณ 2-3 วันต่อสัปดาห์แค่นั่น
ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นช่วง สวิงไปๆมาๆ นิ่งๆไม่ไปไหน
ฉะนั่นในหนึ่งสัปดาห์ต้องวางแผนและมองภาพรวมให้ออกก่อนเสมอๆ

ในรอบ 1 เดือนนั่นจะมีให้เทรดทั้งหมด 4 สัปดาห์
ช่วงต้นเดือนมักจะเล่นยากเสมอๆ(กราฟไม่ค่อยไปไหน)
ส่วนช่วงกลางเดือนมักจะมีจังหวะไม่ยาก และปลายเดือนก็มักจะเล่นไม่ยากเช่นกัน

ต่อไปก็มาดูกันว่า ว่าธรรมชาติของการวิ่งระดับ
1m 5m 15m 30m 1h 4h 1d ว่าธรรมชาติการวิ่งเป็นอย่างไร

เริ่มต้นฝีกสังเกตธรรมชาติของกราฟระดับ M1

ดูธรรมชาติของจากเริ่มต้นไปถึงสุดทางวิ่งเท่าไหร่
ดูธรรมชาติของเวลาว่าการกินเวลาของช่วงเริ่มต้นไปจนสุดกินเวลาเท่าไหร่
ฝึกดูจังหวะพักตัวมักจะพักตัวที่เวลาไหน นาทีที่เท่าไหร่
ฝึกดูว่าจังหวะไหนเหมาะสมกับการเข้าไปเล่น จังหวะไหนควรรอ
ธรรมชาติของเวลาและการขึ้น การลง มักจะเกิดซ้ำๆให้เห็นบ่อยๆ
(โดยมองหลักความน่าจะเป็นควบตาม)

โดยเฉลี่ยระดับการวิ่งของกราฟที่ 1 นาทีวิ่งได้ตั้งแต่ 5 จุด – 100ต้นๆโดยประมาณต้องดูให้ออกก่อนว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นแบบใหญ่ แบบเล็ก แบบย่อย ต่อหนึ่งรอบการวิ่ง
โดยการกินเวลาจะอยู่ระดับโดยเฉลี่ยที่ สิบนาทีขึ้นไปแต่ไม่เกินสองชั่วโมงต่อหนึ่งรอบการวิ่งของแบบแนวโน้มใหญ่ เล็กและย่อย

เริ่มต้นฝึกสังเกตธรรมชาติของกราฟระดับ M5

ดูธรรมชาติของจากเริ่มต้นไปถึงสุดทางวิ่งเท่าไหร่
ดูธรรมชาติของเวลาว่าการกินเวลาของช่วงเริ่มต้นไปจนสุดกินเวลาเท่าไหร่
ฝึกดูจังหวะพักตัวมักจะพักตัวที่เวลาไหน นาทีที่เท่าไหร่
ฝึกดูว่าจังหวะไหนเหมาะสมกับการเข้าไปเล่น จังหวะไหนควรรอ
ธรรมชาติของเวลาและการขึ้น การลง มักจะเกิดซ้ำๆให้เห็นบ่อยๆ
(โดยมองหลักความน่าจะเป็นควบตาม)

โดยเฉลี่ยระดับการวิ่งของกราฟที่ 5 นาทีวิ่งได้ตั้งแต่ 20 จุด -100 ต้นๆ โดยประมาณต้องดูให้ออกก่อนว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นแบบใหญ่ แบบเล็ก แบบย่อย ต่อหนึ่งรอบการวิ่ง
โดยการกินเวลาจะอยู่ระดับโดยเฉลี่ยตั้งแต่ ครึ่งชั่วโมงขึ้นไปแต่ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง ต่อหนึ่งรอบการวิ่งของแบบแนวโน้มใหญ่ เล็กและย่อย

เริ่มต้นฝึกสังเกตธรรมชาติของกราฟระดับ M15

ดูธรรมชาติของจากเริ่มต้นไปถึงสุดทางวิ่งเท่าไหร่
ดูธรรมชาติของเวลาว่าการกินเวลาของช่วงเริ่มต้นไปจนสุดกินเวลาเท่าไหร่
ฝึกดูจังหวะพักตัวมักจะพักตัวที่เวลาไหน นาทีที่เท่าไหร่
ฝึกดูว่าจังหวะไหนเหมาะสมกับการเข้าไปเล่น จังหวะไหนควรรอ
ธรรมชาติของเวลาและการขึ้น การลง มักจะเกิดซ้ำๆให้เห็นบ่อยๆ
(โดยมองหลักความน่าจะเป็นควบตาม)
โดยเฉลี่ยระดับการวิ่งของกราฟที่15นาทีวิ่งได้ตั้งแต่ 30 จุดถึง100-200จุด โดยประมาณต้องดูให้ออกก่อนว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นแบบใหญ่ แบบเล็ก แบบย่อยต่อหนึ่งรอบการวิ่ง
โดยการกินเวลาจะอยู่ระดับโดยเฉลี่ยที่ ครึ่งชั่วโมงขึ้นไปแต่ไม่เกินหนึ่งวันต่อหนึ่งรอบการวิ่งของแบบแนวโน้มใหญ่ เล็กและย่อย

เริ่มต้นฝึกสังเกตธรรมชาติของกราฟระดับ M30

ดูธรรมชาติของจากเริ่มต้นไปถึงสุดทางวิ่งเท่าไหร่
ดูธรรมชาติของเวลาว่าการกินเวลาของช่วงเริ่มต้นไปจนสุดกินเวลาเท่าไหร่
ฝึกดูจังหวะพักตัวมักจะพักตัวที่เวลาไหน นาทีที่เท่าไหร่
ฝึกดูว่าจังหวะไหนเหมาะสมกับการเข้าไปเล่น จังหวะไหนควรรอ
ธรรมชาติของเวลาและการขึ้น การลง มักจะเกิดซ้ำๆให้เห็นบ่อยๆ
(โดยมองหลักความน่าจะเป็นควบตาม)

โดยเฉลี่ยระดับการวิ่งของกราฟที่ 30 นาทีวิ่งได้ตั้งแต่ 50 จุดขึ้นไปถึง 400 จุด โดยประมาณต้องดูให้ออกก่อนว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นแบบใหญ่ แบบเล็ก แบบย่อย ต่อหนึ่งรอบการวิ่ง
โดยการกินเวลาจะอยู่ระดับโดยเฉลี่ย 1 วันขึ้นไปแต่ไม่เกิน 5 วันต่อหนึ่งรอบการวิ่งของแบบแนวโน้มใหญ่ เล็กและย่อย

เริ่มต้นฝึกสังเกตธรรมชาติของกราฟระดับ H1

ดูธรรมชาติของจากเริ่มต้นไปถึงสุดทางวิ่งเท่าไหร่
ดูธรรมชาติของเวลาว่าการกินเวลาของช่วงเริ่มต้นไปจนสุดกินเวลาเท่าไหร่
ฝึกดูจังหวะพักตัวมักจะพักตัวที่เวลาไหน นาทีที่เท่าไหร่
ฝึกดูว่าจังหวะไหนเหมาะสมกับการเข้าไปเล่น จังหวะไหนควรรอ
ธรรมชาติของเวลาและการขึ้น การลง มักจะเกิดซ้ำๆให้เห็นบ่อยๆ
(โดยมองหลักความน่าจะเป็นควบตาม)

โดยเฉลี่ยระดับการวิ่งของกราฟที่ 1 ชั่วโมงวิ่งได้ตั้งแต่ 100 จุดขึ้นไปถึง 600 จุดโดยประมาณต้องดูให้ออกก่อนว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นแบบใหญ่ แบบเล็ก แบบย่อย ต่อหนึ่งรอบการวิ่ง
โดยการกินเวลาจะอยู่ระดับโดยเฉลี่ย 2 วันขึ้นไปแต่ไม่เกิน 6 วันต่อหนึ่งรอบการวิ่งของแบบแนวโน้มใหญ่ เล็กและย่อย

เริ่มต้นฝึกสังเกตธรรมชาติของกราฟระดับ H4

ดูธรรมชาติของจากเริ่มต้นไปถึงสุดทางวิ่งเท่าไหร่
ดูธรรมชาติของเวลาว่าการกินเวลาของช่วงเริ่มต้นไปจนสุดกินเวลาเท่าไหร่
ฝึกดูจังหวะพักตัวมักจะพักตัวที่เวลาไหน นาทีที่เท่าไหร่
ฝึกดูว่าจังหวะไหนเหมาะสมกับการเข้าไปเล่น จังหวะไหนควรรอ
ธรรมชาติของเวลาและการขึ้น การลง มักจะเกิดซ้ำๆให้เห็นบ่อยๆ
(โดยมองหลักความน่าจะเป็นควบตาม)

โดยเฉลี่ยระดับการวิ่งของกราฟที่ 4 ชั่วโมงวิ่งได้ตั้งแต่ 200 จุดขึ้นไปถึง 2500 จุดโดยประมาณต้องดูให้ออกก่อนว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นแบบใหญ่ แบบเล็ก แบบย่อย ต่อหนึ่งรอบการวิ่ง
โดยการกินเวลาจะอยู่ระดับโดยเฉลี่ย 5 วันขึ้นไปจนถึงระดับหนึ่งเดือนต่อหนึ่งรอบการวิ่งของแบบแนวโน้มใหญ่ เล็กและย่อย

เริ่มต้นฝึกสังเกตธรรมชาติของกราฟระดับ D1

ดูธรรมชาติของจากเริ่มต้นไปถึงสุดทางวิ่งเท่าไหร่
ดูธรรมชาติของเวลาว่าการกินเวลาของช่วงเริ่มต้นไปจนสุดกินเวลาเท่าไหร่
ฝึกดูจังหวะพักตัวมักจะพักตัวที่เวลาไหน นาทีที่เท่าไหร่
ฝึกดูว่าจังหวะไหนเหมาะสมกับการเข้าไปเล่น จังหวะไหนควรรอ
ธรรมชาติของเวลาและการขึ้น การลง มักจะเกิดซ้ำๆให้เห็นบ่อยๆ
(โดยมองหลักความน่าจะเป็นควบตาม)

โดยเฉลี่ยระดับการวิ่งของกราฟที่ 1 วันวิ่งได้ตั้งแต่ 500 จุดขึ้นไปถึง 3500 จุดโดยประมาณต้องดูให้ออกก่อนว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นเป็นแบบใหญ่ แบบเล็ก แบบย่อย ต่อหนึ่งรอบการวิ่ง
โดยการกินเวลาจะอยู่ระดับโดยเฉลี่ย 1เดือนขึ้นไปจนถึงระดับ 4 เดือนต่อหนึ่งรอบการวิ่งของแบบแนวโน้มใหญ่ เล็กและย่อย

 

ขั่นที่ 1 มองแนวโน้มให้ออกก่อน
ขั่นที่ 2 รู้แนวรับ แนวต้าน
ขั่นที่ 3 ฝึกลากรูปแบบต่างๆ
ขั่นที่ 5 เครื่องมือช่วยการยืนยัน

ที่มา : http://thailandinvestorclub.com/index.php?topic=6743.0

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.